10 เคล็ดไม่ลับ ทำงานที่บ้านอย่างไรให้ได้งาน

10 เคล็ดไม่ลับ ทำงานที่บ้านอย่างไรให้ได้งาน

ช่วงนี้คงไม่มีประเด็นอะไรน่าสนใจไปกว่า COVID-19 เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จึงเกิดการกักตัวอยู่บ้าน Work From Home เพื่อลดความเสี่ยง วันนี้เราเลยมี 10 เคล็ดไม่ลับ สำหรับการทำงานอยู่บ้านมาฝากกันค่ะ

1. กำหนดเวลาทำงาน

เทคนิคการบริหารเวลา

แม้ว่าการทำงานที่บ้านจะมีข้อดีมากมาย แต่หลายครั้งก็กินเวลาชีวิตอย่างไม่รู้ตัว เช่น ทำให้บางคนเริ่มงานเร็วกว่าปกติ ทำให้บางคนทำเพลินจนลืมเวลาพัก และทำให้บางคนติดพันจนเลิกช้ากว่าเดิม จึงส่งผลให้การใช้ชีวิตเริ่มไม่สมดุล ฉะนั้นเคล็ดลับแรกของการทำงานที่บ้าน คือ การกำหนดตารางเวลาทำงานและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด (ยกเว้นกรณีงานด่วน) อาจจะตั้งเวลาแจ้งเตือนไว้ เพื่อช่วยให้ชีวิตมีแบบแผนมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทำงานที่บ้านมีสิ่งล่อลวงเยอะ ทำให้เสียสมาธิได้ง่าย Alan Hedge จึงให้คำแนะนำว่า ในช่วงแรก ๆ ให้ทำตามกฎ 20-20-20 คือ ทำงาน 20 นาที พักเบรก 20 วินาที โดยในช่วงพักเบรกให้มองไกลออกไปจากงาน 20 ฟุต เพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ เนื่องจากคนเรามักจะหลุดโฟกัสหรือมีความมุ่งมั่นน้อยลงภายใน 20 นาทีนั่นเอง

2. ตั้งกฎกับคนในครอบครัว

AskMeWhats - Top Beauty Blogger Philippines - Skincare Makeup ...

ถ้าหากในบ้านมีสมาชิกอยู่ด้วยกันหลายคน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือเพื่อน ให้บอกกล่าวกับทุกคนให้ชัดเจนว่า เราว่างตอนไหน อะไรที่ทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อช่วยให้เข้าใจตรงกันและไม่ส่งผลกระทบต่องาน เนื่องจากบางครั้งคนที่อยู่ด้วยอาจจะคาดหวังให้เราคุยเล่นหรือทำงานบ้านบ้าง ซึ่งความจริงแล้วก็พอช่วยได้บ้างเล็กน้อย แต่ต้องไม่ทำประจำ จนทำให้เวลาและประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลง ส่วนบ้านที่มีเด็กวัยเรียนที่พอจะรู้เรื่องรู้ราวอยู่บ้าง ให้บอกขอบเขต เวลาว่าง และเวลาเลิกงานกับพวกเขาอย่างชัดเจน อาจจะเป็นการล็อกประตูห้องไว้ก่อน ติดป้ายบอกว่ากำลังทำงานอยู่ หรือกำหนดเวลาว่าสามารถเข้ามาได้ตอนไหนก็ได้

3. แบ่งเวลาพัก

เพราะการทำงานที่บ้านไม่มีเพื่อนชวนกินข้าวยามพักกลางวัน หรือชวนพักเบรกจากความเหนื่อยล้าระหว่างวัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตัวเราเองที่ต้องรู้นโยบายของบริษัทว่าให้พักได้ในเวลาไหน มีพักเบรกย่อยบ้างหรือเปล่า จากนั้นก็นำมาปฏิบัติตามในช่วงที่ทำงานที่บ้านอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหลายบริษัทมักจะให้พักกลางวันในช่วงเที่ยง และมีพักเบรกย่อยในช่วงบ่าย อ้อ แล้วในขณะพักก็พยายามใช้เวลาให้คุ้มค่า ไม่จำเป็นต้องกลับมาทำงานเร็วกว่ากำหนด ถ้าเพื่อความสะดวกสบายและแบ่งเวลาได้อย่างเหมาะสม จะตั้งเวลาหรือนาฬิกาไว้เลยก็ได้

4. จัดพื้นที่ทำงานให้เหมาะสม

การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับการนั่งทำงาน ถือเป็นสิ่งสำคัญของการทำงานที่บ้าน เพราะบางห้องอาจทำให้รู้สึกเอื่อย เหนื่อยล้า และไม่มีแรงบันดาลใจได้ ฉะนั้นผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จึงแนะนำให้นั่งทำงานในห้องที่ให้พลังงานมากที่สุด ซึ่งปกติแล้วจะเป็นห้องที่วิวดีและมีแสงธรรมชาติมาก อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งเคล็ดลับบอกว่า ควรเลือกห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอและติดตั้งไฟในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อเลือกพื้นที่ที่เหมาะกับการนั่งทำงานได้แล้ว ต่อไปก็ต้องเคลียร์ข้าวของ ทำความสะอาด และจัดระเบียบให้เรียบร้อย เนื่องจากการนั่งทำงานในบริเวณที่รกและสกปรก สามารถทำให้ความคิดยุ่งเหยิงและเสียสมาธิได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าต้องจัดเตรียมพื้นที่ให้เป๊ะทุกองศา เพราะความจริงแล้วแค่เก็บเอกสารไว้ในกล่อง เก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง เลือกสิ่งของที่วางบนโต๊ะอย่างเหมาะสม แยกข้าวของที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป พร้อมทั้งหาอะไรที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ เช่น ผลงานศิลปะหรือต้นไม้ มาวางไว้ ก็ช่วยเพิ่มความสดใสและชีวิตชีวา ทำให้น่านั่งทำงานไม่เบาแล้ว

5. หลีกเลี่ยงการทำงานบนโซฟาหรือเตียงนอน

ทุกวันนี้ Wi-Fi ช่วยให้เราทำงานได้ทุกที่ แม้กระทั่งโซฟาและเตียงนอน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราสามารถทำงานได้ทุกที่จริง ๆ เพราะ Julie Morgenstern ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจัดระเบียบและผู้เขียนหนังสือ Organizing from the Inside Out อธิบายว่า เราต้องแยกระหว่างพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนออกจากกัน เพื่อช่วยให้มีขอบเขตในการใช้ชีวิต ซึ่งถ้าหากใครไม่มีโต๊ะทำงานก็สามารถใช้เป็นโต๊ะอาหารหรือโต๊ะญี่ปุ่นแทนได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องระวังเรื่องปัญหาปวดหลัง ปวดคอ และต้องเคลียร์เอกสารและอุปกรณ์หลังเลิกงานเสมอ เพื่อไม่ให้เวลางานมาปะปนกับเวลาส่วนตัวนั่นเอง

6. แสดงตัวและติดต่อสื่อสารอยู่เสมอ

อีเมล

หนึ่งสิ่งที่คนทำงานที่บ้านต้องทำ คือ การติดต่อสื่อสารกันอยู่ตลอดเวลา คอยบอกตารางงาน รายงานสถานะงาน เพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าทำงานอยู่ ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งถึงแม้จะฟังดูวุ่นวายไปหน่อย แต่ก็ช่วยให้หัวหน้าสบายใจได้ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าต้องพูดคุยหรือรายงานทุก 5 นาที เขียนอธิบายทุกการเคลื่อนไหว ทว่าเป็นการทบทวนตัวเองให้คนอื่นทราบ และเป็นการติดต่อสื่อสารกันอยู่เรื่อย ๆ ก็เท่านั้น

นอกเหนือจากนี้ การวิดีโอคอลก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่คนที่ทำงานที่บ้านต้องทำบ่อย ๆ ทว่าแทนที่จะเข้าร่วมและทำตัวเงียบ ๆ อย่าลืมพูดคุย ทักทาย และเสนอแนะ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเรารับฟังอยู่ หรือที่ง่ายที่สุด แค่กล่าวสวัสดีตอนเริ่มและบอกลาตอนจบก็ยังได้

7. เตรียมข้อมูลและอุปกรณ์ให้พร้อม

อย่าลืมว่าการทำงานที่บ้านจะเรียกไอทีมาช่วยเหลือไม่ได้ ฉะนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่พนักงานทุกคนต้องเตรียมไฟล์ข้อมูลไว้ให้พร้อม บุ๊กมาร์กหน้าสำคัญไว้ให้ครบ พร้อมทั้งเก็บเบอร์ติดต่อไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วย ส่วนสำหรับอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ ก็ต้องวางเตรียมไว้ที่โต๊ะอย่าให้ขาด ทั้งสายชาร์จ หูฟัง สมุด ปากกา กระดาษ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่า จะไม่ต้องวุ่นวายตามหาทุกครั้งที่ต้องการใช้งานนั่นเอง

8. ทำให้เป็นมืออาชีพ

รู้จักกับ Data Journalism วิธีเสนอข่าวแบบใหม่ด้วยข้อมูล

เมื่อมีโอกาสทำงานที่บ้าน เราควรทำตัวให้เป็นมืออาชีพ เพราะว่าการทำงานที่บ้านไม่ได้หมายความว่าสามารถทำงานบ้านหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ ทว่าก็แน่นอนว่าเราไม่ควรจะติดอยู่กับงานยาวนานตลอด 8 ชั่วโมง ดังนั้นอาจจะแวบไปทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งวันจนส่งผลกระทบต่อการทำงาน โดยมีเคล็ดลับที่น่าสนใจอยู่ว่า ให้เรากำหนดตารางเวลาที่เหมาะสม แล้วแบ่งเวลาช่วงพักเบรกสัก 5 นาที ไปจัดการงานบ้านง่าย ๆ เช่น นำผ้าที่จะซักใส่ถังหรือกรอกน้ำเตรียมไว้ดื่ม จากนั้นก็กลับมาทำงานต่อเหมือนเดิม เท่านี้ก็ช่วยให้แฮปปี้ขึ้นได้แล้วค่ะ

9. อย่าเคร่งเครียดมากเกินไป

Economics of a four-day working week: research shows it can save ...เป็นที่รู้กันดีว่าการทำงานที่บ้านต้องมีวินัยมาก เพราะเจ้านายมองไม่เห็น จึงต้องมีผลงานรองรับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าหนัก อย่าเครียด หรืออย่าหักโหมมากเกินไป จนถึงขั้นทำงานเลยเวลา ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่พบได้บ่อยของคนทำงานที่บ้าน เนื่องจากไม่มีเพื่อนร่วมงานคอยเตือน หรือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเลิกแล้ว จึงยากที่จะหยุดจนส่งผลให้กินเวลาชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งการทำงานฝืนต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ก็อาจจะทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องรู้จักอนุโลมหรือผ่อนผันบ้าง เช่น ลองเปลี่ยนความสนใจสักครู่ แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ หรือให้คิดแบบง่าย ๆ ว่า ทำตัวเหมือนทำงานที่ออฟฟิศนั่นเอง

10. ใช้ประโยชน์จากการทำงานที่บ้าน

5 ways to encourage children to try new foods | BBC Good Food

ประโยชน์อย่างหนึ่งของการทำงานที่บ้าน คือ ช่วยให้มีเวลาในการใช้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว ขอแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากมัน ลองทำกิจกรรมที่ชอบ ที่อยากทำ หรือกิจกรรมที่ทำไม่ได้เวลาทำงานปกติ เพราะว่าส่วนใหญ่หมดไปกับการเดินทาง เช่น ทำขนม ทำอาหาร วาดรูป ฝึกเล่นดนตรี หรือออกกำลังกาย เป็นต้น

—————————————————————–
BIZ GALLERIA นวลจันทร์ – เกษตรนวมินทร์ | เริ่ม 13.6 ล้าน*
📲 ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษทันที คลิก ➤ http://bit.ly/2OYGhla
Office Residence 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยใหญ่สุดในย่านเกษตรนวมินทร์ ทำเลทองของคนทำธุรกิจ
.
🔥 BIZ BALANCE #โปรโมชั่นพิเศษ ⚡️9 ยูนิตสุดท้าย!!!⚡️ส่วนลดกว่า 2,000,000 บาท* #พร้อมโอน
.
ทำเลใจกลางเมือง ใกล้สถานที่สำคัญ
▪️ใกล้ทางด่วนพิเศษฉลองรัชฯ 5 นาที
▪️ใกล้ถนนเอกมัย 15 นาที
▪️ใกล้ Central Festival East ville 10 นาที
.
🔖BIZ GALLERIA พื้นที่ใช้สอย 475 ตร.ม.
———————————
FRIEND GET FRIENDS รับ 50,000 บาท*📣
เพียงชวนเพื่อน หรือแนะนำญาติ คนรู้จัก ให้มาเป็นเจ้าของ BIZ GALLERIA
💬สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02-946-1556
รายละเอียด: http://bit.ly/2OYGhla
แผนที่ https://goo.gl/maps/ywUMb8Zwc542
💻 www.pattra.co.th…

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *