Blog

ฮวงจุ้ยดี ที่ดินถุงเงิน หน้ากว้างก้นแคบ

ฮวงจุ้ยที่ดี ที่ดินถุงเงิน หน้ากว้างก้นแคบ ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยเรื่องที่ดินนั้นมีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาบอกเล่าเกี่ยวกับฮวงจุ้ยเรื่อง ที่ดินถุงเงิน ถุงทอง ซึ่งใครๆ ก็ต่างบอกว่าดี ส่วนมากจะนิยมแปลงที่ดินรูปทรงปากแคบก้นกว้าง หรือที่ดินที่มีขนาดคล้ายถุงเงินถุงทอง แต่รู้หรือไม่ว่าแปลงที่ดินที่มีลักษณะปากกว้างก้นแคบที่คนส่วนใหญ่มักไม่นิยมกัน ความจริงแล้วหากพิจารตามหลักเหตุผล ที่ดินหน้ากว้างนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งกับการค้าขาย เพราะสามารถทำเป็นส่วนโชว์สินค้า ผู้ผ่านไปผ่านมามองเห็นหน้าร้านได้มากกว่าที่ดินหน้าแคบ และหากมองในมุมหลักฮวงจุ้ยวิทยาศาสตร์ ที่ดินปากกว้างก้นแคบนั้นยังส่งผลดีต่อการรับพลังงานเข้า ที่ดินปากกว้างช่วยให้รับพลังงานเข้ามาได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดพลังงานหมุนเวียนภายในอย่างสมบูรณ์ ส่วนที่ดินปากแคบ การรับพลังงานทำได้น้อยกว่าและหากแคบเกินไป กลับทำให้พลังงานไม่สามารถกระจายเข้าสู่ภายในได้อย่างทั่วถึงทำให้การอยู่อาศัยเกิดความไม่สบายตัวได้ แต่ทั้งนี้ไม่ว่าที่ดินแปลงไหน ๆ ก็สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปกติสุขค่ะ ขอบคุณข้อมูล : www.banidea.com

5 ข้อดี บ้านทิศตะวันตก

สำหรับคนไทยการเลือกทิศทางของบ้านนั้นสำคัญ โดยส่วนใหญ่นิยมเลือกบ้านที่หันหน้าทางทิศเหนือ ทิศตะวันออกและทิศใต้ ส่วนทิศตะวันตกมักเป็นทิศที่ไม่ได้รับความนิยม  เหตุผลที่ผู้คนไม่เลือกบ้านหันหน้าทิศตะวันตก เนื่องด้วยแสงแดดทางทิศตะวันตกนั้นให้ความร้อนในช่วงบ่าย แต่บ้านที่หันหน้าทางทิศตะวันตกนั้นมีข้อดีอีกหลายด้าน วันนี้เดอะ พณา รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้แล้ว ซึ่งจะมีอะไรบ้างลองมาดูกันเลยค่ะ 1. บ้านทิศตะวันตก หรือตกเฉียงใต้ ลมดีกว่าบ้านทิศใต้ เป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่เกี่ยวกับความรู้เรื่องกระแสลมในประเทศไทย คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า ลมฤดูกาลมาจากทางทิศใต้ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน ส่วนฤดูหนาวมาจากทางทิศเหนือ แต่จากที่ทางปันแปลนได้สำรวจสถิติกระแสลมธรรมชาติตลอดทั้งปี โดยอิงข้อมูลจากกรมอุติฯ และระบบดาวเทียมต่าง ๆ กลับพบว่า..ค่าเฉลี่ยของลมธรรมชาติในประเทศไทยมาจากทางทิศตะวันตก ทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศใต้ ส่วนฤดูหนาวมาจากทิศตะวันออก,ออกเฉียงเหนือ และทิศเหนือตามลำดับ แต่อาจด้วยลักษณะภูมิประเทศของไทย หรือ การจดจำให้เรียกง่าย จึงสอนตาม ๆ กันมาว่า ทิศใต้และทิศเหนือ เป็นทิศของลม ในความเป็นจริงแล้วสัดส่วนของลมจะมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ และทิศตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่า เช่น ช่วงฤดูหนาวจะทราบดีว่า ลมหนาวของไทยเข้ามาทางภาคอีสานตอนบนก่อนภาคเหนือ ซึ่งหากเทียบจากทิศแล้ว คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไทย ส่วนลมใต้อัตราส่วนเฉลี่ย มาจากฝั่งทะเลอันดามันมากกว่าฝั่งอ่าวไทย หรือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของไทยนั่นเอง 2.  บ้านหันหน้าทิศตะวันตก ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น แม้ทิศตะวันตกจะเป็นทิศที่ได้รับลมดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีแสงแดดที่แรงกว่าทิศอื่น ๆ อย่างไรก็ตามแสงแดด มีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยข้อดีของแสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดความอับชื้นภายในบ้านซึ่งเป็นต้นเหตุของแบคทีเรียต่าง ๆ จะสังเกตได้เลยว่า บ้านที่หันหน้าทางทิศเหนือหากไม่ได้รับการดูแลที่ดี หรือไม่ได้ออกแบบให้เปิดรับแสง มักเป็นบ้านที่มีกลิ่นอับชื้น ยิ่งหากใช้เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำภายในตัวยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะความอับชื้นเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคภูมิแพ้ เราจึงเห็นผู้คนในประเทศไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้กันมาก หนึ่งในต้นเหตุหลัก ๆ คือ กลัวบ้านจะได้รับแดด ส่วนข้อเสียของแดดคือการนำพาความร้อนมาด้วย แนะนำให้ออกแบบด้วยการกรองแสงให้กับห้องเพื่อลดทอนความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน อาทิ เลือกใช้วัสดุระแนง บล็อกช่องลม ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา เพียงเท่านี้ก็จะได้ห้องนอนที่สะอาด โปร่งสบาย ปราศจากเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ในขณะเดียวกันสามารถรับลมธรรมชาติได้ดีกว่าทิศอื่น ๆ   3. บ้านทิศตะวันตกหน้าบ้านได้ร่มเงาในยามเช้า บ้านทิศตะวันตกนั้นดีมากในยามเช้า เพราะสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าได้อย่างยาวนาน นั่งจิบกาแฟในสวน ตกแต่งพันธุ์ไม้ในสวนหน้าบ้าน...

10 เคล็ดไม่ลับ ทำงานที่บ้านอย่างไรให้ได้งาน

ช่วงนี้คงไม่มีประเด็นอะไรน่าสนใจไปกว่า COVID-19 เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จึงเกิดการกักตัวอยู่บ้าน Work From Home เพื่อลดความเสี่ยง วันนี้เราเลยมี 10 เคล็ดไม่ลับ สำหรับการทำงานอยู่บ้านมาฝากกันค่ะ 1. กำหนดเวลาทำงาน แม้ว่าการทำงานที่บ้านจะมีข้อดีมากมาย แต่หลายครั้งก็กินเวลาชีวิตอย่างไม่รู้ตัว เช่น ทำให้บางคนเริ่มงานเร็วกว่าปกติ ทำให้บางคนทำเพลินจนลืมเวลาพัก และทำให้บางคนติดพันจนเลิกช้ากว่าเดิม จึงส่งผลให้การใช้ชีวิตเริ่มไม่สมดุล ฉะนั้นเคล็ดลับแรกของการทำงานที่บ้าน คือ การกำหนดตารางเวลาทำงานและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด (ยกเว้นกรณีงานด่วน) อาจจะตั้งเวลาแจ้งเตือนไว้ เพื่อช่วยให้ชีวิตมีแบบแผนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การทำงานที่บ้านมีสิ่งล่อลวงเยอะ ทำให้เสียสมาธิได้ง่าย Alan Hedge จึงให้คำแนะนำว่า ในช่วงแรก ๆ ให้ทำตามกฎ 20-20-20 คือ ทำงาน 20 นาที พักเบรก 20 วินาที โดยในช่วงพักเบรกให้มองไกลออกไปจากงาน 20 ฟุต เพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ เนื่องจากคนเรามักจะหลุดโฟกัสหรือมีความมุ่งมั่นน้อยลงภายใน 20 นาทีนั่นเอง 2. ตั้งกฎกับคนในครอบครัว ถ้าหากในบ้านมีสมาชิกอยู่ด้วยกันหลายคน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือเพื่อน ให้บอกกล่าวกับทุกคนให้ชัดเจนว่า เราว่างตอนไหน อะไรที่ทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อช่วยให้เข้าใจตรงกันและไม่ส่งผลกระทบต่องาน เนื่องจากบางครั้งคนที่อยู่ด้วยอาจจะคาดหวังให้เราคุยเล่นหรือทำงานบ้านบ้าง ซึ่งความจริงแล้วก็พอช่วยได้บ้างเล็กน้อย แต่ต้องไม่ทำประจำ จนทำให้เวลาและประสิทธิภาพในการทำงานแย่ลง ส่วนบ้านที่มีเด็กวัยเรียนที่พอจะรู้เรื่องรู้ราวอยู่บ้าง ให้บอกขอบเขต เวลาว่าง และเวลาเลิกงานกับพวกเขาอย่างชัดเจน อาจจะเป็นการล็อกประตูห้องไว้ก่อน ติดป้ายบอกว่ากำลังทำงานอยู่ หรือกำหนดเวลาว่าสามารถเข้ามาได้ตอนไหนก็ได้ 3. แบ่งเวลาพัก เพราะการทำงานที่บ้านไม่มีเพื่อนชวนกินข้าวยามพักกลางวัน หรือชวนพักเบรกจากความเหนื่อยล้าระหว่างวัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตัวเราเองที่ต้องรู้นโยบายของบริษัทว่าให้พักได้ในเวลาไหน มีพักเบรกย่อยบ้างหรือเปล่า จากนั้นก็นำมาปฏิบัติตามในช่วงที่ทำงานที่บ้านอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหลายบริษัทมักจะให้พักกลางวันในช่วงเที่ยง และมีพักเบรกย่อยในช่วงบ่าย อ้อ...

ความคุ้มค่าบนทำเล นวลจันทร์ – เกษตรนวมินทร์ (ตอนที่ 2 )

จากตอนที่แล้วที่เราได้พูดถึงศักยภาพเส้นทางของรถไฟฟ้าแห่งอนาคตไปแล้วนั้น วันนี้เรามาพูดถึงการเชื่อมต่อถนนและทางด่วนที่สามารถเชื่อมต่อกับโซน NEW CBD อย่าง ถนนรัชดาภิเษก, พระราม 9, ย่านถนนอโศก-ดินแดง กันบ้าง เชื่อมต่อถนนและทางด่วนหลายสาย ถนนนวลจันทร์ สามารถเชื่อมต่อกับถนนรามอินทราเพียง 3-4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่วางตัวทอดยาวคาบเกี่ยวพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือและฝั่งตะวันออก เชื่อมโยงถนนสายหลักและสายรองที่สำคัญๆ มากมาย ในช่วงต้นของถนนรามอินทราตัดกับถนนพหลโยธินเพื่อเดินทางเข้าไปในเมืองหรือมุ่งหน้าออกสู่ภาคเหนือ ต่อเนื่องไปถึงถนนวิภาวดีรังสิต และถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงปลายติดกับถนนสุวินทวงศ์ที่สามารถไปถึงฉะเชิงเทรา ในขณะที่ตอนกลางสามารถตัดเข้าถนนและเส้นทางลัดต่างๆ อาทิ ถนนประดิษฐ์มนูธรรมและทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์เพื่อมุ่งตรงสู่ใจกลางเมืองทั้งเอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท ถนนลาดปลาเค้าลัดเลาะไปยังโซนลาดพร้าว บางกะปิ ถนนวัชรพลเชื่อมต่อสายไหมและลำลูกกา ถนนนวมินทร์ไปยังถนนเสรีไทยและรามคำแหง รวมทั้งถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกที่วิ่งยาวตั้งแต่บางปะอินถึงบางนา-ตราด และยังตัดเข้าถนนมอเตอร์เวย์เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างรวดเร็ว     โครงการ บิซ แกลเลอเรีย นวลจันทร์ - เกษตรนวมินทร์ (Biz Galleria Nualchan) โครงการ Biz Galleria เป็นหมู่บ้านแนวโฮมออฟฟิศ มีทำเลอยุ่ติดถนนนวลจันทร์ ในย่านรามอินทรา-เลียบทางด่วน จัดฟังก์ชั่นของแต่ละยูนิตจัดออกมาให้มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเยอะ เพราะมีขนาดที่ดินใหญ่ พื้นที่ใช้สอยเยอะ ทำเลของโครงการตั้งอยู่บน ถนนนวลจันทร์ ซึ่งสามารถตัดจากถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) ไปยังถนนเกษตร-นวมินทร์ (ประเสริฐมนูกิจ) เป็นถนนที่มีทางเส้นทางลัดไปออกรามอินทราได้ ไปถนนนวมินทร์ได้ จัดว่าเป็นทำเลที่สามารถใช้รถยนต์เดินทางได้ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากมีทางเข้าทางออกเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย การเดินทางเข้า-ออกเมือง สามารถใช้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทราได้ โดยใช้ทางขึ้น-ลงที่ด่านรามนอินทราครับ และในระยะประมาณ 5 กิโลเมตรจะมีถนนวงแหวนกาญนาภิเษกให้ใช้ได้ด้วย ก็สามารถขับลงใต้ไปสุวรรณภูมิหรือไปบางนาได้ หรือขึ้นเหนือไปทางบางปะอินก็ได้เหมือนกัน ความเจริญ และความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้ พวกห้าง, ร้านค้า และร้านอาหารต่างๆก็มักจะกระจุกตัวกันอยู่บนเส้นเลียบทางด่วน, เกษตร-นวมินทร์ และ รามอินทรา และอยู่ในระยะที่ขับรถไปได้ไม่ไกล มีแหล่งชิลล์ที่ Hang-out สนุกสนานทุกรูปแบบอยากจะกินอะไร ย่านนี้ตอบโจทย์หมด ทั้งห้างสรรพสินค้าที่เน้นสินค้าดีไซน์ อย่าง Central Festival East Ville...

ความคุ้มค่าบนทำเล นวลจันทร์ – เกษตรนวมินทร์ (ตอนที่ 1 )

ความคุ้มค่าบนทำเล นวลจันทร์ – เกษตรนวมินทร์ ตอนที่ 1 Work-Life Balance เกษตรนวมินทร์-นวลจันทร์ ทำเลทองของคนทำธุรกิจในยุคสมัยนี้ที่ค่าเช่าอาคารสำนักงานที่ปรับตัวมีราคาแพงเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการเริ่มขยับขยายออกมาจากโซน CBD ตัวย่อของคำว่า Central Business District แปลเป็นภาษาไทยตรงตัวว่า ย่านศูนย์กลางทางธุรกิจ อย่างทำเล เกษตรนวมินทร์ - นวลจันทร์ ย่านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า ทางด่วน หรือระบบรถราง เหมาะสำหรับการเลือกเป็นที่ตั้งสำนักงาน รายล้อมด้วยโครงการรถไฟฟ้า เพิ่มความฮอตให้ทำเลนี้ด้วยโครงการรถไฟฟ้าถึง 4 สาย โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา เส้นทาง วัชรพล - ทองหล่อ ที่เป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ในแผนแม่บทของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1: ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ช่วงที่ 2 : พระโขนง-พระราม 3 และช่วงที่ 3: พระราม3-ท่าพระ ระยะทางรวมทั้งหมด 3 ระยะ 39.91 กิโลเมตร โดยช่วงเส้นทางส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าสายสีเทานั้น ห่างจากโครงการ BIZ GALLERIA เพียง 2 กิโลเมตร ที่สามารถมุ่งตรงเข้าสู่โซน CBD หรือในบริเวณรอบโครงการยังขนาบด้วยโครงการรถไฟฟ้าอีกสองสี อย่าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู เส้นทาง แคราย-มีนบุรี มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ถนนรัตนาธิเบศร์บริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีไปสิ้นสุดที่ทางแยกร่มเกล้าบริเวณซอยรามคำแหง 192 รวมระยะทางประมาณ 34.5 กิโลเมตร ได้แก่ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี, สถานีแคราย, สถานีสนามบินน้ำ, สถานีสามัคคี, สถานีกรมชลประทาน, สถานีแยกปากเกร็ด, สถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด, สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด28, สถานีเมืองทองธานี,...

เจาะทำเลศักยภาพ เพชรเกษม-บางแค

  เจาะทำเลศักยภาพ เพชรเกษม-บางแค นับตั้งแต่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายหัวลำโพง-บางแค ที่สร้างมาเพื่อรองรับการเดินทางภายในเมือง สู่เมืองฝั่งธนบุรี โดยสิ้นสุดสถานี ณ ปัจจุบัน (ก.พ. 63) อยู่ที่สถานีหลักสอง อยู่บริเวณจุดตัดกับถนนกาญจนาภิเษกซึ่งเป็นถนนสายสำคัญฝั่งชานเมืองฝั่งตะวันตก มีเส้นทางเชื่อมต่อกับจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร ทำให้พื้นที่ทำเลรัศมี 10 กิโลเมตร บริเวณ บางแค-เพชรเกษม ถือเป็นพื้นที่เมืองแห่งอนาคต แสดงถึงศักยภาพของทำเล ทั้งการคมนาคมสะดวก ราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวขึ้น แต่ยังอยู่ในราคาที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับในเมือง โซนเพชรเกษม-บางแค จึงยังเป็นทำเลฮอตของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบ ในเรื่องของการเดินทาง หากทำงานอยู่ในโซน CBD (Central Business District พื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ ได้แก่ สีลม สาทร เพลินจิต สุขุมวิทตอนต้น) ก็สามารถเดินทางจากย่านเพชรเกษมถึงโซนกลางเมืองได้ในเวลา 20-30 นาที นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินแล้วนั้นยังสามารถใช้ถนนที่เป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมต่อที่อยู่อาศัยเดิมได้สะดวก อาทิ ถนนเพชรเกษม, ถนนราชพฤกษ์, ถนนพุทธมณฑล, ถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก, ถนนบรมราชชนนี และ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ที่เชื่อมถึงถนนบรมราชชนนี ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4 ทั้งยังมีถนนอีกหลายสายทั้งถนนหลัก-รอง ที่อยู่ในแผนการก่อสร้างในอนาคต อาทิ ถนนเพชรเกษม-วงแหวนด้านใต้ ถนนเพชรเกษม - กัลปพฤกษ์ ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยเปิดพื้นที่การพัฒนาใหม่ๆ และทำให้การเดินทางโดยรถยนต์มีความสะดวดรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และสามารถเข้าถึงที่ทำงานในทำเล CBD หรือแม้กระทั่ง New CBD (อโศก รัชดา พระราม9) หรือ New Town (สถานีกลางบางซื่อ) ได้อย่างสะดวกได้ทั้ง รถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน แน่นอนว่าความคึกคักของย่านบางแคยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังมีแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟฟ้าพื้นที่ กรุงเทพ –...

เช็คฮวงจุ้ย 8 ทริค บ้านอยู่แล้วรวย

บ้านนอกจากจะเป็นที่พักอาศัย ที่พักผ่อนหย่อนใจ โบราณยังกล่าวไว้ว่า บ้านที่ดีนั้นต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง โปร่ง โล่ง มีลมพัดถ่ายเท จัดวางให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ซึ่งตามความเชื่อจะช่วยส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีโชคลาภ และเมื่อใกล้เทศกาลตรุษจีนนี้ เดอะ พณา นำ 8 ทริคมาฝาก ให้ทุกคนได้เตรียมตัวจัดบ้านรับทรัพย์ต้อนรับปีหนูทอง จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ 1.ตัวบ้าน หันถูกทิศ บ้านที่ดีควรหันไปทางทิศใต้และทิศเหนือ โดยบ้านที่ถูกหลักฮวงจุ้ย ตัวบ้านต้องเปิดรับ ทิศทางลมพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในครึ่งปีแรก และพัดทิศตะวันตกเฉียงใต้ในครึ่งปีหลัง และถ้าหากซื้อบ้านตามทิศนี้แล้ว ลมจะโชยเข้าบ้าน เย็นสบาย ดังคำกล่าวที่ว่า “อยู่เย็น เป็นสุข”   2. ประตู หน้าบ้าน ต้องเปิดรับทรัพย์ การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อเรียกเงินและทอง ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันนะคะ สำหรับบ้านบางพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ ก็ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าๆ ก่อน เพื่อรับมวลอากาศใหม่ๆ ที่บริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นการสะสมพลังงานดีให้บ้านของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่าง ในขณะที่เริ่มเปิดแอร์ สัก 5-15 นาที เพื่อให้ความชื้นที่สะสมในแอร์ และเชื้อโรคที่คั่งค้าง ได้รับการระบายออกไปก่อน แล้วค่อยรับอากาศใหม่เข้ามาในบ้านของเราค่ะ เพราะเมื่อมีลม ก็จะมีโชค เพราะลมนำพาออกซิเจนเข้ามา เพิ่มความสดชื่น และความปลอดโปร่งให้กับบ้านของเราได้เป็นอย่างดี . แสงสว่าง คือ พลังหยาง หรือการเคลื่อนไหว Active หากคุณผู้อ่านรู้สึกนิ่งๆ เนือยๆ โชคลาภ ก็ไม่ถูกกระตุ้น ถ้าจัดบ้านให้มีความเป็นหยางมากเกินไป ก็จะส่งทำให้บรรยากาศในบ้านเคร่งเครียด อยู่ไม่สุข ดังนั้นควรเลือกไฟให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน จะได้เสริมทั้งโชค และอยู่บ้านอย่างมีความสุขด้วย เช่น บริเวณที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือมุมแต่งหน้า ควรใช้ไฟขาว จะได้ไม่หลอกตา และไม่เสียสายตา ส่วนมุมที่เรานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก็อาจเป็นวอร์มไลท์ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียดมากเกินไปนะคะ ที่สำคัญทุกๆ...

ตรุษจีน มีแต่เฮง

  วันตรุษจีนประจำปี 2563 นี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 25 มกราคม โดยจะมีวันที่ 23 มกราคม เป็นวันจ่าย, วันที่ 24 มกราคม เป็นวันไหว้, วันที่ 25 มกราคม เป็นวันเที่ยว ซึ่งตรุษจีนเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของคนเชื้อสายจีน ถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีนเช่นเดียวกับวันสงกรานต์ของไทย . ประเพณีและพิธีกรรมต่างๆ ในวันตรุษจีนนั้นผูกไว้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ อาหาร เสื้อผ้า และวิธีการปฎิบัติ วันนี้เราจึงขอนำเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับวันตรุษจีนมาฝากกันค่ะ ขอบคุณข้อมูล : www.officemate.co.th อาหารไหว้เจ้าวันตรุษจีน โต๊ะไหว้เจ้าและเตรียมของไหว้ได้อย่างถูกต้อง จะก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลและมีโชคตลอดปี 1. ไก่ 🐔หมายถึง ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หรืออีกความหมายหนึ่งคือการรู้หน้าที่ของตัวเอง เพราะไก่จะขันตรงเวลาในทุกเช้า ไก่สำหรับไหว้เจ้าในวันตรุษจีน ต้องเป็นไก่เต็มตัว มีหัว หาง และเท้า เพื่อสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ 2. เป็ด 🦢 หมายถึง ความสะอาด ความบริสุทธิ์ และการมีความสามารถหลากหลาย 3. ปลา 🐟 หมายถึง ความมีกิน ความอุดมสมบูรณ์ และเหลือกินเหลือใช้ ทั้งยังใช้เป็นตัวแทนของการอยู่ร่วมกัน 4. สาหร่ายดำ 🍙 ในภาษาจีน ออกเสียงคล้ายกับคำว่า จี๊ ที่แปลว่าเงิน ของไหว้อย่างสาหร่ายดำ จึงสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย 5. เส้นบะหมี่ หรือ หมี่ซั่ว 🍜 เมื่อนำมาปรุง ไม่ต้องตัดเอาความยาวออก เพราะจะสื่อถึงอายุที่ยืนยาวนั่นเอง\   ขนมไหว้เจ้าวันตรุษจีน 1. ขนมเข่งและขนมเทียน หมายถึง ความหวานชื่น และความราบรื่นในชีวิต 2. ขนมไข่ สื่อถึง ความเจริญเติบโต 3. ขนมถ้วยฟูุ หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความเฟื่องฟู 4. ซาลาเปา และ หมั่นโถว หมายถึง โชคลาภ 5. ขนมจันอับ หรือ...

ซื้อบ้านปี 63 มาตรการอะไรช่วยได้บ้าง

อยากมีบ้านช่วงปลายปี 62 นี้ ถึงปลายปี 63 มีมาตรการอะไรที่ช่วยแบ่งเบาที่น่าสนใจกันบ้าง ลองมาดูกันค่ะ 1. ลดค่าจดจำนองและค่าโอนเหลือ 0.01% มีผลบังคับใช้จนถึง 24 ธ.ค.2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ เพื่อลดภาระให้แก่ประชาชน ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย และการจดทะเบียนการโอนและการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน โดยมีระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 2. มาตรการดอกเบี้ยจากแบงค์รัฐ เทียบดอกเบี้ย 3 แบงก์รัฐ เลือกที่ไหนดี เมื่อเทียบกัน 3 ธนาคารรัฐแล้ว จะพบว่าถ้าดูเฉพาะดอกเบี้ยในปีแรก ของธนาคารออมสินจะคิดดอกเบี้ยต่ำที่สุด 0.01% เท่านั้น รองลงมาคือธนาคารกรุงไทยดอกเบี้ยปีแรก 0.5% และ ธอส. ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% การเลือกดอกเบี้ยต่ำๆ ในปีแรก จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการผ่อนชำระเกินจำนวนเงินที่ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระ เช่น ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระ 8,000 บาท แต่เราอาจจะเลือกจ่ายเกินมากกว่า 8,000 บาท ซึ่งเงินที่เกินก็จะถูกนำไปคำนวณลดต้นลดดอก ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยทำให้สามารถผ่อนบ้านได้หมดเร็ว แต่ถ้าเทียบดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี จะพบว่าดอกเบี้ยเฉลี่ยของ ธอส. และ กรุงไทย จะต่ำที่สุด 2.5% ส่วนของออมสินดอกเบี้ยจะต่ำมากในปีแรก แต่เฉลี่ย 3 ปี จะเท่ากับ 2.903% ดังนั้นหากใครที่อาจผ่อนเรื่อยๆ ไม่เพิ่มเงินผ่อนในแต่ละเดือน หรือไม่ได้ต้องการโปะเงินก้อนในปีแรก...

บ้านดีมีดาวน์ รัฐสนับสนุน 5 หมื่น กระตุ้นตลาดอสังหาฯ

 “บ้านดีมีดาวน์” รัฐสนับสนุน 50,000 บาท “บ้านดีมีดาวน์” อีกหนึ่งมาตรการจากรัฐบาลเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยรัฐจะสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระผ่อนดาวน์ โดย Cash Back ให้คนละ 50,000 บาท เพียง 100,000 รายที่ลงทะเบียนได้เท่านั้น โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2562 เวลา 08.00 น. จนถึง 31 มี.ค.2563 ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้าง เดอะ พณา รวบรวมมาให้แล้วค่ะ 1. คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม (1) มีสัญชาติไทย (2) คุณต้องอยู่ในระบบภาษีสรรพากร โดยมีรายได้ในปี 2561 ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท หรือเดือนละ 100,000 บาท (3) การกู้ร่วมจะดูรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น (4) จะต้องเป็นการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมใหม่จากผู้ประกอบการที่เป็นผู้จัดสรร (5) จะเป็นการซื้อบ้านหลังที่เท่าไรก็ได้ ราคาเท่าใดก็ได้ หมายเหตุ : คุณจะต้องได้รับการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัย จากสถาบันการเงินและจดจำนองตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.2562 จนถึงวันที่ 31 มี.ค.2563           2. การลงทะเบียน 5 ขั้นตอน บ้านดีมีดาวน์ จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.2562 เวลา 08.00 น. จนถึง 31 มี.ค.2563 โดยมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้ (1) ผู้กู้หลักลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์www.บ้านดีมีดาวน์.com(คนละ 1 สิทธิ์ หรือ 1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์) (2) กรณีที่คุณผ่านเกณฑ์คุณสมบัติของโครงการฯ คุณจะได้รับ SMS (ครั้งที่ 1) โดยคุณนำ SMS มาแสดงกับ...